ถมดินในสวน ต้องแจ้งใคร เช็กเกณฑ์และเอกสารก่อนเริ่มงาน
จะถมดินในสวนให้รถเข้าได้สะดวก หรือยกพื้นที่เตรียมทำรั้ว ควรแจ้งใครก่อนเรียกรถดินเข้ามา? จุดเริ่มต้นคือฝ่ายช่างหรือหน่วยงานโยธาของท้องถิ่นที่แปลงตั้งอยู่ พร้อมข้อมูลว่าถมตรงไหน กว้างเท่าไร และสูงกว่าที่ข้างเคียงแค่ไหน เพราะคำตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับพื้นที่ 2,000 ตารางเมตรเพียงอย่างเดียว
เช็กก่อนว่าแปลงอยู่ในเขตบังคับใช้ใด
พระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543 ไม่ได้กำหนดเขตบังคับใช้แบบเดียวกันทุกพื้นที่ มาตรา 3 ครอบคลุมเทศบาล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา รวมถึงพื้นที่ตามเงื่อนไขอื่น เช่น เขตที่ใช้กฎหมายควบคุมอาคาร เขตผังเมืองรวม และท้องที่ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
สวนที่อยู่ในเขต อบต. จึงไม่ควรถูกสรุปว่าอยู่นอกกฎหมายโดยอัตโนมัติ ให้นำเลขที่ดินหรือแผนที่ตำแหน่งไปถามฝ่ายช่างว่าแปลงนี้อยู่ในเขตบังคับใช้ใด และมีประกาศกำหนดเกณฑ์พื้นที่หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นเพิ่มเติมหรือไม่
ตรวจตัวบทต้นทาง: พ.ร.บ.การขุดดินและถมดิน มาตรา 3 และมาตรา 26
ถมดินกี่ตารางเมตรจึงต้องแจ้ง
ให้อ่านมาตรา 26 ร่วมกับระดับที่ดินข้างเคียงและประกาศท้องถิ่น สำหรับการถมสูงกว่าที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ข้างเคียง หากพื้นที่เนินดินเกิน 2,000 ตารางเมตร หรือเกินเกณฑ์ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น และจัดการระบายน้ำไม่ให้ผู้อื่นเดือดร้อน
เกณฑ์พื้นที่ที่ท้องถิ่นประกาศต้องไม่เกิน 2,000 ตารางเมตร จึงอาจมีเกณฑ์ที่ต่ำกว่านี้ได้ ส่วนการถมสูงกว่าข้างเคียงที่มีพื้นที่ไม่เกินเกณฑ์ ก็ยังมีหน้าที่จัดให้มีการระบายน้ำเพียงพอตามมาตรา 26 วรรคหนึ่ง ไม่ใช่ถมอย่างไรก็ได้
2,000 ตารางเมตรเท่ากับ 1 ไร่ 1 งาน แต่ตัวเลขที่ต้องดูคือพื้นที่เนินดินที่จะถม ไม่ใช่ดูเฉพาะเนื้อที่ทั้งโฉนด และควรให้ท้องถิ่นตรวจขอบเขตงานจริง โดยเฉพาะเมื่อมีหลายช่วงงานต่อกัน
ตัวอย่างเล็กที่ยังต้องตรวจเงื่อนไข
สมมติจะถมมุมสวน 800 ตารางเมตรให้สูงกว่าที่ข้างเคียง แม้ตัวเลขจะต่ำกว่า 2,000 ตารางเมตร ก็ยังตอบว่า “ไม่ต้องแจ้งแน่นอน” ไม่ได้ ต้องตรวจว่าแปลงอยู่ในเขตบังคับใช้หรือไม่ และท้องถิ่นกำหนดเกณฑ์พื้นที่ไว้ต่ำกว่านั้นหรือเปล่า พร้อมวางทางระบายน้ำให้ไม่กระทบแปลงข้าง ๆ
ถ้าคิดว่าระดับดินที่จะถมไม่สูงกว่าข้างเคียง ให้นำระดับจริงไปให้ท้องถิ่นตรวจ ไม่ควรใช้ระดับถนนแทนระดับที่ดินต่างเจ้าของ หรือดูจากสายตาแล้วสรุปว่าได้รับยกเว้นทุกเรื่อง งานริมคลอง ทางสาธารณะ หรือพื้นที่ที่มีกฎหมายเฉพาะอาจต้องตรวจสิทธิและเงื่อนไขอื่นด้วย
แจ้งที่ไหน และเริ่มงานได้เมื่อไร
ติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นที่รับผิดชอบพื้นที่ เช่น กองช่างเทศบาลหรือ อบต. เพื่อให้ตรวจผู้มีอำนาจรับแจ้ง สำหรับกรุงเทพมหานคร คู่มือบริการระบุฝ่ายโยธาของสำนักงานเขตเป็นช่องทางติดต่อ โดยรายการเอกสารและขั้นตอนของกรุงเทพฯ ใช้เป็นตัวอย่างเฉพาะพื้นที่ ไม่ใช่รายการเดียวกันทั่วประเทศ
กรณีที่ต้องแจ้ง เมื่อแจ้งถูกต้องแล้ว มาตรา 26 กำหนดให้ออกใบรับแจ้งภายใน 7 วันนับแต่ได้รับแจ้ง และเริ่มถมตามที่แจ้งได้ตั้งแต่วันที่ได้รับใบรับแจ้ง หากเอกสารไม่ครบ ต้องดำเนินการแก้ไขตามขั้นตอน อย่าวางคิวรถโดยถือว่าครบ 7 วันแล้วเริ่มได้เองทั้งที่ยังไม่ได้รับใบรับแจ้ง
ดูตัวอย่างช่องทางและเอกสาร: คู่มือการแจ้งความประสงค์จะทำการถมดิน กรุงเทพมหานคร
เตรียมข้อมูลให้ท้องถิ่นตรวจได้ในครั้งเดียว
ก่อนเข้าพบเจ้าหน้าที่ เตรียมข้อมูลให้เห็นทั้งพื้นที่ที่จะถมและสิ่งที่อาจได้รับผลกระทบ รายการต่อไปนี้เป็นชุดข้อมูลสำหรับคุยงานเบื้องต้น ไม่ใช่รายการเอกสารครบถ้วนของทุกท้องถิ่น
- ตำแหน่งแปลงและเอกสารที่ดิน พร้อมขอบเขตส่วนที่จะถม แยกจากพื้นที่สวนที่คงระดับเดิม
- พื้นที่เนินดิน ระดับดินเดิม ระดับที่ต้องการถม และระดับที่ดินข้างเคียง หากไม่แน่ชัดให้ผู้มีความรู้ช่วยสำรวจ
- ภาพหน้างาน แนวรั้ว อาคารข้างเคียง ร่องน้ำ และจุดที่น้ำจะไหลออก พร้อมแผนวิธีถมและระยะเวลาทำงาน
- ชื่อผู้แจ้ง เจ้าของที่ดิน ผู้รับจ้าง และผู้ควบคุมงานตามที่เข้าข่าย รวมทั้งการมอบอำนาจหรือความยินยอมเมื่อเกี่ยวข้อง
- ภาระผูกพันที่มีผู้มีส่วนได้เสีย เช่น ทางผ่านหรือสิทธิใช้งานบางส่วน เพื่อให้ตรวจว่าแผนถมจะกระทบหรือไม่
กฎกระทรวง พ.ศ. 2548 ข้อ 12 ระบุข้อมูลประกอบการแจ้ง และข้อ 14–15 กำหนดเงื่อนไขงานที่ต้องมีแบบ รายการคำนวณ และผู้ควบคุมงานด้านวิศวกรรม จึงควรถามท้องถิ่นให้ชัดว่าขนาดและความสูงของงานนี้ต้องใช้ผู้ประกอบวิชาชีพระดับใด
อ่านข้อกำหนดรายละเอียด: กฎกระทรวงมาตรการป้องกันการพังทลายในการขุดดินหรือถมดิน พ.ศ. 2548
วางทางน้ำและแนวรั้วก่อนตกลงงานถม
ลองเดินดูว่าฝนที่ตกบนพื้นที่ใหม่จะไหลไปทางใด และจุดปลายทางระบายออกได้จริงหรือไม่ การยกสวนตัวเองให้พ้นน้ำแต่ปล่อยให้น้ำไปค้างข้างรั้วเพื่อนบ้าน อาจกลายเป็นปัญหาที่ต้องกลับมาแก้หลังจ่ายค่าถมแล้ว ควรตกลงแบบระบายน้ำและผู้รับผิดชอบกับผู้รับจ้างก่อนเริ่มงาน
อย่าให้ผู้รับจ้างใช้รั้วเดิมเป็นที่รับดินโดยยังไม่ได้ประเมิน กฎกระทรวง พ.ศ. 2548 ข้อ 16 มีเงื่อนไขระยะฐานเนินดินจากแนวเขต และกรณีจัดการป้องกันการพังทลายโดยมีวิศวกรรับรอง บทความและภาพประกอบนี้จึงไม่ใช้แทนแบบกำแพงกันดินหรือการกำหนดระยะปลอดภัยเฉพาะแปลง
หากแนวเขตยังไม่ชัด เริ่มจาก เช็กแนวเขตและเอกสารที่ดินก่อนทำรั้ว
ได้รับใบรับแจ้งแล้ว ยังต้องคุมงานต่อ
ใบรับแจ้งเป็นหลักฐานในกระบวนการแจ้ง ไม่ได้ทำให้พ้นความรับผิดหากการถมสร้างความเสียหายแก่คนหรือทรัพย์สินของผู้อื่น มาตรา 26 ให้นำมาตรา 22 มาใช้โดยอนุโลม และมาตรา 28 กำหนดเรื่องการควบคุมลูกจ้างหรือตัวแทนด้วย จึงไม่ควรฝากเรื่องความปลอดภัยไว้กับคำว่า “ผู้รับจ้างจัดการให้หมด”
ก่อนส่งมอบพื้นที่ให้รถเข้า ถ่ายภาพสภาพเดิม เก็บแผนและหลักฐานการแจ้งไว้ และกำหนดคนที่ติดต่อได้เมื่อพบรอยร้าว ดินไหล หรือทางน้ำอุดตัน กฎกระทรวงข้อ 18 ยังให้ตรวจความมั่นคงของเนินดินระหว่างทำและหลังงานเสร็จ หากเห็นอาการผิดปกติ ควรหยุดงานบริเวณเสี่ยงและให้ผู้ควบคุมงานหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจ
คำถามก่อนเรียกรถดิน
ไม่เสมอไป ต้องตรวจเขตบังคับใช้ ระดับที่ดินข้างเคียง และเกณฑ์พื้นที่ที่ท้องถิ่นประกาศ ซึ่งอาจต่ำกว่า 2,000 ตารางเมตร รวมทั้งจัดการระบายน้ำตามกรณีที่กฎหมายกำหนด
ไม่ได้ ใบรับแจ้งไม่ตัดความรับผิดจากความเสียหาย และยังต้องทำงานตามกฎหมายและมาตรการป้องกันอันตรายที่เกี่ยวข้อง
นำตำแหน่งแปลง พื้นที่และระดับที่จะถม พร้อมภาพทางน้ำไปให้ท้องถิ่นตรวจเกณฑ์ก่อน เมื่อรู้ว่าต้องแจ้งและใช้เอกสารใด จึงกำหนดขอบเขตงานกับผู้รับจ้างให้ตรงกัน หากงานถมจะต่อด้วยการทำรั้ว อ่านแนวทางตรวจแนวเขตที่ลิงก์ไว้ข้างต้นก่อนกำหนดแนวถมจริง
บทความที่เกี่ยวข้อง